เรียนรู้การใช้งานThinking Tool
สารบัญ
Thinking Toolคืออะไรhttps://gyazo.com/595c6a0872f1d03fe1bfaedc17b6b31d
การสร้าง "การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)" — สอนให้รู้วิธีการคิด —
Thinking Tools คือแผนภาพที่ช่วยกระตุ้นการใช้ทักษะการคิด เช่น "การเปรียบเทียบ" "การจำแนกประเภท" และ "การเชื่อมโยง" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนสามารถทำให้ความคิดของตนเองปรากฏออกมาเป็นภาพได้
การใช้ Thinking Tools จัดระเบียบข้อมูลและความคิด จะช่วยให้การเปรียบเทียบหรือการแชร์ความคิดกับผู้อื่นทำได้ง่ายขึ้น นำไปสู่การค้นพบไอเดียหรือมุมมองใหม่ๆ การนำเครื่องมือนี้ไปใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้จะช่วยสร้าง "การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)" ที่นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ความคิดได้ด้วยตนเอง
คุณค่าของ Thinking Tools
เมื่อกระบวนการคิดของตนเองถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่มองเห็นได้ นักเรียนจะเข้าใจความคิดของตัวเองได้ลึกซึ้งขึ้น และสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ เมื่อความแตกต่างระหว่างความคิดของตนเองและผู้อื่นชัดเจนขึ้น จะเกิดการสนทนาที่มีประสิทธิภาพและช่วยให้การคิดนั้นลุ่มลึกยิ่งขึ้น
การเปรียบเทียบความคิดของตนเองกับผู้อื่น ทำให้นักเรียนได้พบกับไอเดียที่อาจเคยมองข้ามไป นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกรอบความรู้หรือคุณค่าที่มีอยู่ และเกิดเป็นแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้สอดคล้องกับหลักการ "การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning): การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์ และมีความลึกซึ้ง" ตามแนวทางการจัดการศึกษาในปัจจุบัน
การเลือก Thinking Tools ให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้
ทักษะการคิด (Thinking Skills)
ทักษะการคิด คือรูปแบบของกิจกรรมการคิดที่ใช้ในขณะที่กำลังคิด เช่น "การลำดับขั้นตอน" หรือ "การเปรียบเทียบ" ในการสร้างสรรค์ไอเดียนั้น จำเป็นต้องใช้ "ทักษะการคิด" ที่หลากหลาย
Thinking Tools คือการนำกิจกรรมการคิดเหล่านี้มาทำให้เป็นแผนภาพตาม "ทักษะการคิด" แต่ละประเภท เมื่อนักเรียนได้ใช้ Thinking Tools ที่สอดคล้องกับทักษะการคิดที่จำเป็น จะช่วยให้พวกเขาสร้างสรรค์ไอเดียได้ง่ายขึ้น ในชั้นเรียน การผสมผสานเครื่องมือนี้เข้ากับกิจกรรมของนักเรียน จะช่วยให้เกิด "การเรียนรู้เชิงลึก" ที่นักเรียนเป็นผู้สร้างความคิดขึ้นมาด้วยตนเอง
https://gyazo.com/77c59213da8ecabee19d31fad75f9781
วิธีการใช้ Thinking Tools: วิธีการแบบการคิดอเนกนัยและการคิดเอกนัย (Divergent & Convergent)
การออกแบบการเรียนการสอนเพื่อสร้างสรรค์ความคิด
การคิดแบบ "แผ่ขยาย (Divergent)" และ "รวบยอด (Convergent)"
ในชั้นเรียนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนสร้างสรรค์ความคิดด้วยตนเอง สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึง 2 กระบวนการคิด ได้แก่ "การคิดอเนกนัย (Divergent Thinking)" และ "การคิดเอกนัย (Convergent Thinking)" และเลือกใช้ Thinking Tools ที่เหมาะสมกับแต่ละกระบวนการ
การคิดแบบ "แผ่ขยาย (Divergent)"
คือขั้นตอนการสร้างและขยายไอเดียอย่างอิสระ เรียกอีกอย่างว่า การคิดแบบแพร่กระจาย (Diffusive Thinking) หรือ การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking)
สามารถใช้เครื่องมือ เช่น Y-Chart, Fishbone Diagram (ผังเล่าปลา) หรือ Bear Claw Chart (แผนภาพตีนหมี) เพื่อเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้องและขยายจินตนาการให้กว้างไกลขึ้น
การคิดแบบ "รวบยอด (Convergent)"
คือขั้นตอนการจัดระเบียบและรวมข้อมูลที่แผ่ขยายออกมา เพื่อสรุปให้เป็นความคิดเดียว เรียกอีกอย่างว่า การคิดแบบสรุปรวม หรือ การคิดในแนวตั้ง (Vertical Thinking)
สามารถใช้เครื่องมือ เช่น Step Chart, Coordinate Axis (แกนพิกัด) หรือ Pyramid Chart เพื่อจัดระเบียบไอเดียและสร้างโครงสร้างอย่างเป็นตรรกะ
การออกแบบการเรียนการสอนด้วยการแผ่ขยายและรวบยอด
ในกระบวนการที่นักเรียนสร้างสรรค์ความคิดของตนเองนั้น "การแผ่ขยาย" และ "การรวบยอด" จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ คุณสามารถออกแบบการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ ได้ โดยใช้ฟังก์ชัน "การเปลี่ยนเครื่องมือ (Switch Tool)" เพื่อเปลี่ยนแผนภาพ Thinking Tool พื้นหลังไปตามขั้นตอน
การผสมผสานระหว่าง "ช่วงเวลาแผ่ขยายความคิด" และ "ช่วงเวลารวบยอดความคิด" อย่างสมดุล จะช่วยให้นักเรียนสร้างโครงสร้างความคิดของตนเองได้ง่ายขึ้น
หากเน้นการ "แผ่ขยาย" มากเกินไป ความคิดจะฟุ้งซ่านจนเกินขอบเขต ทำให้นักเรียนสรุปความคิดได้ยาก
ในทางกลับกัน หากเน้นการ "รวบยอด" มากเกินไป จะเป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้ยาก
https://gyazo.com/4e7d06c2ebdf3f7a63c80bcec137b214
1. การสร้างไอเดีย (Generating Ideas)
การนำเสนอหัวข้อและกำหนดมุมมอง (Topic & Viewpoint)
ในการใช้ Thinking Tools เพื่อสร้างไอเดีย เริ่มแรกครูควรนำเสนอ หัวข้อ (Topic) และกำหนด มุมมอง (Viewpoint) ต่อหัวข้อนั้นๆ *การคิดตามมุมมองที่กำหนดไว้จะช่วยให้นักเรียนสามารถแตกไอเดียได้อย่างอิสระและง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของบทเรียน
*หมายเหตุ: ในบางกรณี ครูอาจให้นักเรียนสร้างไอเดียอย่างอิสระโดยไม่กำหนดมุมมองล่วงหน้า หรือให้นักเรียนเป็นผู้กำหนดมุมมองด้วยตนเองก็ได้
https://gyazo.com/d35f9c44594118dd2eb8c88c47388342
การเขียนไอเดียตามมุมมองที่กำหนด
นักเรียนลงมือเขียนไอเดียตามมุมมองที่ตั้งไว้ ในขั้นตอนนี้ หากใช้ฟังก์ชัน "โน้ตแชร์ (Shared Note)" จะช่วยให้การระดมสมองภายในกลุ่มทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ดูรายละเอียดใน "2. การแชร์ไอเดีย" รูปแบบที่ 2) การจัดระเบียบไอเดียให้เห็นเป็นภาพจะช่วยให้นักเรียนมองเห็นความคิดของตนเองในภาพรวม และกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น
https://gyazo.com/c4a36835304cd0ab3b6bc6a40b504713
การรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูล
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการรวบรวมข้อมูลผ่านการสังเกต การทดลอง หรือการสำรวจ แล้วนำมาจัดระเบียบและวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ การใช้ Thinking Tools จะช่วยให้นักเรียนรู้ว่าควรวางข้อมูลที่รวบรวมมาไว้ตรงไหนและอย่างไร ทำให้การจัดระเบียบและการวิเคราะห์ข้อมูลมีความชัดเจน
https://gyazo.com/6da7081e959ac9cfc24efc88af47001e
การมองภาพรวม (Bird's-eye View)
นักเรียนมองภาพรวมของไอเดียและข้อมูลต่างๆ ที่วางอยู่บน Thinking Tool เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลส่วนไหนที่มีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา นอกจากนี้ การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างไอเดียแต่ละชิ้นเพื่อหาว่าสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์หรือข้อสรุปอย่างไรได้บ้าง ก็ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเช่นกัน
https://gyazo.com/527420b09365e5f65f5c26393956d121
2. การแชร์ไอเดีย (Sharing Ideas)
รูปแบบที่ 1: แชร์ผ่าน "กล่องส่งงาน" และใช้คำตอบของผู้อื่น
การแชร์แผนภาพ Thinking Tools ที่นักเรียนสรุปผ่าน กล่องส่งงาน (Submission Box) จะช่วยให้นักเรียนได้สัมผัสกับความคิดของเพื่อนๆ และทำให้การเรียนรู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชัน "ใช้งาน (Use)" ในกล่องส่งงาน นักเรียนสามารถดึงคำตอบของเพื่อนมาไว้ในโน้ตของตนเองได้ การนำความคิดของผู้อื่นมาเสริมความคิดของตนเองจะช่วยให้การคิดนั้นเข้มข้นขึ้น และนำไปสู่การรวบยอดความคิด (Convergence) ในที่สุด
https://gyazo.com/7c6516181374a7b80d7e6f56d7a9647b
รูปแบบที่ 2: ระดมไอเดียผ่าน "โน้ตแชร์"
เมื่อใช้ โน้ตแชร์ (Shared Note) สมาชิกในกลุ่มจะสามารถแก้ไข Thinking Tool ชิ้นเดียวกันได้พร้อมกัน ช่วยให้การระดมสมองและจัดระเบียบไอเดียทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแนะนำไอเดียทีละคน ช่วยให้การเรียนรู้แบบร่วมมือดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
https://gyazo.com/1e4a02c5ed93f46d7907ac9169a5df62
รูปแบบที่ 3: การส่งการ์ดให้กันและกัน
นักเรียนสามารถดึงไอเดียของเพื่อนมาใส่ใน Thinking Tool ของตนเองได้ผ่านการส่งการ์ดให้กัน การแลกเปลี่ยนการ์ดที่ทำได้ง่ายช่วยให้นักเรียนนำความคิดเห็นของคนอื่นมาพัฒนาและต่อยอดความคิดของตนเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
https://gyazo.com/4e8c6d65c5d12370781d72b8bccda315
3. การสร้างองค์ความรู้จากไอเดีย (Constructing Ideas)
การเปลี่ยนเครื่องมือ (Switch Tool)
การเปลี่ยนประเภทของ Thinking Tools ช่วยให้นักเรียนสามารถปรับโครงสร้างไอเดียจากมุมมองที่แตกต่างกัน และได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ แม้จะเป็นไอเดียเดียวกัน แต่เมื่อเปลี่ยนเครื่องมือ (เช่น จากวงกลมเป็นพีระมิด) สิ่งที่เคยเห็นอาจจะดูเปลี่ยนไป การมองจากมุมที่ต่างออกไปจะช่วยให้เห็นความหมายหรือความสัมพันธ์ใหม่ๆ นำไปสู่การสร้างสรรค์ความคิดใหม่ได้
ฟังก์ชัน "การเปลี่ยนเครื่องมือ (Switch Tool)" ช่วยให้นักเรียนเปลี่ยนแผนภาพพื้นหลังได้โดยที่ไอเดีย (การ์ด) ยังอยู่ครบถ้วน สิ่งนี้ช่วยให้กระบวนการ "แผ่ขยาย (Divergence)" และ "รวบยอด (Convergence)" ความคิดทำได้ในระยะเวลาอันสั้น
https://gyazo.com/cc0a8503a03b7eadde70f59342357eed
4. การอธิบายความคิด (Explaining Ideas)
การจัดระเบียบและสรุปไอเดีย
นักเรียนสามารถสร้างงานนำเสนอได้โดยการเชื่อมต่อการ์ดเข้าด้วยกัน การเรียงลำดับการ์ดพร้อมกับจัดระบบความคิดจะช่วยให้สามารถสรุปเนื้อหาที่จะนำเสนอได้อย่างเข้าใจง่าย
https://gyazo.com/ab9118bdf5ba9132c2d6881d60301d3d
การอธิบายความคิด
การนำเสนอภายในกลุ่มหรือหน้าชั้นเรียนช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ไอเดียของกันและกัน และนำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน (Mutual Learning) เนื่องจากการใช้ Thinking Tools ช่วยให้ความคิดถูกจัดระเบียบและปรากฏออกมาเป็นภาพชัดเจน การอธิบายจึงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเป็นระบบ
https://gyazo.com/25138072998642386935ce94902653c4
การเปรียบเทียบความคิดเห็น
เมื่อนักเรียนสรุปความคิดโดยใช้ Thinking Tool ประเภทเดียวกัน จะช่วยให้การเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างกันทำได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางภาษา (การพูด-การฟัง) ที่กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวามากขึ้น
https://gyazo.com/81e4eeee72f85411cf954b076407a22b
บทสรุป: การใช้ Thinking Tools เพื่อ "ทำให้ความคิดปรากฏออกมาเป็นภาพ (Visualize Thinking)" จะช่วยให้นักเรียนตระหนักถึงความคิดของตนเอง สามารถพัฒนาความคิดให้ลึกซึ้งขึ้น และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการใช้แยกตามรายวิชา
ขอแนะนำวิธีการใช้ Thinking Tools ที่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละวิชา ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยการคลิกปุ่มด้านล่างนี้
https://scrapbox.io/files/6982e53c676860ecea5db2ba.png https://scrapbox.io/thloilots/%E3%80%90%E5%9B%BD%E8%AA%9E%E3%80%91%E3%82%B7%E3%83%B3%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E3%83%84%E3%83%BC%E3%83%AB_%E6%B4%BB%E7%94%A8%E6%B3%95https://scrapbox.io/files/6982e5447a1dad78cfbfac3c.png https://scrapbox.io/thloilots/%E3%80%90%E7%A4%BE%E4%BC%9A%E3%83%BB%E5%9C%B0%E6%AD%B4%E5%85%AC%E6%B0%91%E3%80%91%E3%82%B7%E3%83%B3%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E3%83%84%E3%83%BC%E3%83%AB_%E6%B4%BB%E7%94%A8%E6%B3%95https://scrapbox.io/files/6982e53f304364f4fe264e28.png https://scrapbox.io/thloilots/%E3%80%90%E7%AE%97%E6%95%B0%E3%83%BB%E6%95%B0%E5%AD%A6%E3%80%91%E3%82%B7%E3%83%B3%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E3%83%84%E3%83%BC%E3%83%AB_%E6%B4%BB%E7%94%A8%E6%B3%95https://scrapbox.io/files/6982e54162c9adb89ce97145.png https://scrapbox.io/thloilots/%E3%80%90%E7%90%86%E7%A7%91%E3%80%91%E3%82%B7%E3%83%B3%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E3%83%84%E3%83%BC%E3%83%AB_%E6%B4%BB%E7%94%A8%E6%B3%95https://scrapbox.io/files/6982e54662c9adb89ce97185.png https://scrapbox.io/thloilots/%E3%80%90%E8%8B%B1%E8%AA%9E%E3%80%91%E3%82%B7%E3%83%B3%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E3%83%84%E3%83%BC%E3%83%AB_%E6%B4%BB%E7%94%A8%E6%B3%95
คู่มือการใช้งาน Thinking Tools
https://gyazo.com/631618fcbd182ca779423ffbc5fbdca5
เนื้อหาแนะนำวิธีการใช้งานพื้นฐานของ Thinking Tools และจุดสำคัญในการนำแต่ละเครื่องมือไปปรับใช้ในห้องเรียน เป็นหนังสือที่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคุณครูที่ต้องการศึกษาวิธีการสร้างสรรค์การเรียนการสอนเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน
ภายใต้การดูแลโดย: ศาสตราจารย์ ฮารุโอะ คุโรกามิ (มหาวิทยาลัยคันไซ)
https://gyazo.com/5387e9410cec911b59396d899476ab7aศาสตราจารย์ประจำคณะสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยคันไซ เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา (Educational Technology) โดยมีขอบเขตการวิจัยครอบคลุมถึงการใช้ ICT และสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงเพื่อการศึกษา, การพัฒนาหลักสูตร และการประเมินผลทางการศึกษา
ท่านได้นำผลการวิจัยชั้นเรียน (Lesson Study) จากสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียมาเป็นพื้นฐานในการผลักดันและเผยแพร่ความรู้เรื่อง "Thinking Tools" ในวงการการศึกษาของญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี นอกจากนี้ ท่านยังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในที่ประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย